บทที่ 3 บทที่3

ณ บริษัท

เรื่องวุ่นวายน่าปวดหัวก็เริ่มขึ้น เอกสารกองโตที่ยู่หลงจะต้องอ่านและเซ็นให้เรียบร้อย หากมีข้อผิดพลาดเกิดขึ้น นั้นแปลว่าเขาจะต้องเป็นผ่านรับผิดชอบทั้งหมด

ยู่หลงพยายามตรวจตราความเรียบร้อยจนถี่ถ้วนก่อนที่เขาจะตวัดลายเซ็นลงไปอย่างคล่องแคล่ว จนเวลาผ่านไปเกือบเที่ยงวันเอกสารเหล่านั้นก็เบาบางลง

"คุณยู่ครับบ่ายนี้มีประชุมใหญ่นะครับ"

"กูรู้แล้ว" น้ำเสียงแข็งกร้าวตอบกลับมาจนหลิงเฟิงต้องก้มหน้ารับฟัง เขารู้นิสัยเจ้านายดีว่าเป็นคนตรงต่อเวลาเป็นคนที่เข็มนวดกับงานมาก

และช่วงเที่ยงของวันนั้น ยู่หลงก็ได้มื้ออาหารแบบง่าย ๆ มีแค่กาแฟและขนมปังเพราะเขาอยากให้เอกสารที่ต้องจัดส่งลงตามหน่วยงานได้สำเร็จลง 

ถึงเวลานัดหมายบ่ายโมง ร่างสูงก็ยึดตัวลุกขึ้นยืน ใบหน้าของเขาในเวลานี้แทบจะเรียกว่าผูกโบเอาไว้มันยุ่งเหยิงไปหมด หัวคิ้วจรดกันแต่ใบหน้าก็ยังคงความหล่อเหลาเอาไว้

ร่างสูงเดินออกมาจากห้องทำงานส่วนตัว มุ่งหน้าเข้าห้องประชุมขนาดใหญ่ ตามมาด้วยหลิงเฟิงหากหนิงเทียนไม่ลาป่วยก็คงได้เข้าร่วมเพราะหนิงเทียนเป็นผู้ช่วยของหลิงเฟิงอีกที

บรรยากาศภายในห้องประชุมเป็นไปด้วยความตึงเครียด ผู้ถือสัมปทานอย่างเขาใช่ว่าจะไม่มีปัญหาเรื่องการทำงานตามเป้าหมาย จริงอยู่ว่ารัฐบาลให้สิทธิ์เต็มที่ทว่าบางอย่างก็อยู่ภายใต้ข้อบังคับที่มิอาจจะฝ่าฝืนได้ ทำให้ยู่หลงต้องหาทางเลี่ยงให้มากที่สุด

จากบ่ายเลื่อนไปจนค่ำก็ยังข้อสรุปไม่ได้จนเขาเองต้องปิดประชุมลง กลัวว่าเหล่าผู้บริหารในองค์กรจะอ่อนล้าไปเสียก่อน

"คุณยู่ครับสองทุ่มมีนัดกับลูกท่านรัฐมนตรีจะไปตามนัดหรือว่า...." 

"นัดของเธอเลื่อนไม่ได้ ตอนนี้พึ่งจะหกโมงกูขอกลับไปอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าเสียก่อน"

"ครับ" คนที่เดินตามและน้อมรับคำสั่งอย่างหลิงเฟิงก็มิอาจจะปฏิเสธได้ ในเมื่อนายสั่งแบบนั้นก็ต้องทำตามจัดรถมารับท่านประธานยู่ที่หน้าบริษัทพร้อมเหล่าลูกน้องที่คอยติดตามอีกนับสิบ

พอมาถึงคอนโดหรูที่สูงตระหง่านห้องเพนท์เฮ้าส์ที่อยู่บนสุดเป็นที่อยู่อาศัยของมหาเศรษฐีอย่างเขา ยู่หลงขึ้นลิฟต์โดยมีบอดี้การ์ดจำนวนหนึ่งติดตามไปด้วยพอมาถึงชั้นที่เขาอยู่เหล่าบอดี้การ์ดพวกนั้นก็ยืนเฝ้าหน้าลิฟต์กันคนเข้าออก ส่วนยู่หลงก็เดินเข้ามาในตัวบ้านของเขา ทันทีที่เข้ามาแล้วสายตาก็สอดส่ายหาคนที่อยู่ร่วมชั้น

"หนิงเทียน หนิงเทียน..." เขาแผดเสียงตะโกนเรียกเด็กหนุ่ม แต่เพราะหนิงเทียนทานยาแล้วง่วงจึงหลับไม่ได้สติ

"คุณยู่มีอะไรหรือเปล่าครับ หนิงเทียนก็คงหลับไปแล้ว"

"มันสำออยหรือว่าไม่สบายจริง ๆ "

"โถ่คุณยู่ หนิงเทียนตากฝนเรื่องเจ็บป่วยก็คงจะจริง ปล่อยให้หนิงเทียนได้พักบ้างเถอะครับ" หลังจากที่ลุงฉางพูดแบบนั้นยู่หลงก็หันมามองหน้าลุงฉางอย่างช้า ๆ แต่แววตาของเขาประกล้าขึ้นอย่างน่ากลัวจนลุงฉางเริ่มอึกอัก และเป็นเขาที่พูดขึ้น

"ฉันเป็นคนจ่ายเงินเดือนลุง ไม่ใช่หนิงเทียนไม่ต้องออกหน้ารับแทนมัน"

เสียงเอะอะโวยวายนี้มันทำให้หนิงเทียนที่กำลังกึ่งหลับกึ่งตื่นลุกขึ้น แล้วเปิดประตูเดินออกมาข้างนอก บริเวณห้องนั่งเล่นเห็นเจ้าของเพนท์เฮ้าส์กำลังจ้องมองลุงฉางผู้สูงวัยอยู่

"มีอะไรกันหรือครับ"

สายตาของยู่หลงตวัดมามองตามเสียง ร่างบอบบางของเด็กหนุ่มยืนโทรมอยู่ก็เอ่ยถามขึ้นเสียงแข็ง

"นึกว่าตายไปแล้วเสียอีก ฉันเรียกเธอต้องนานทำไมไม่ตอบ"

"ก็ผมไม่สบาย" คำตอบของหนิงเทียนสิ้นสุดลงแต่เท้าของยู่หลงนะสิมุ่งเข้าไปหา แถมเขายังเอื้อมมือไปบีบที่ต้นแขนเล็กของหนิงเทียนแน่น การกระทำนั้นทำเอาลุงฉากรู้สึกเป็นห่วงหนิงเทียนมาก

"คุณยู่ครับหนิงเทียนไม่สบาย..."

"ลุงหุบปากไม่ใช่หน้าที่หรือไม่อยากมาทำงานที่นี่แล้ว"

"เอ่อ....คือ"

"ลุงฉางผมไม่เป็นอะไรหรอกครับ ดีขึ้นมากแล้วลุงมีอะไรไปทำก็ไปทำเถอะไม่ต้องห่วงผมหรอก"

"เหอะ...."น้ำเสียงที่เค้นออกมาจากลำคอทำเอาหนิงเทียนต้องหันไปมองหน้าเขา แววตาที่ไร้เมตตานี้มันไม่เหมาะที่จะเป็นเจ้าของมูลนิธิจริง ๆ

"คุณมีอะไรก็ว่ามาเถอะครับ"

"ไปผสมน้ำอุ่นให้ฉัน ฉันทำงานมาเหนื่อย ๆ จะได้รู้สึกดีอีกอย่างวันนี้ฉันมีนัดกับซูฉี"

เป็นประโยคที่น่าจะเจ็บปวดที่สุดของหนิงเทียนก็ว่าได้ เขามีนัดกับสาวแต่ดันเรียกตัวเองที่ป่วยมาปรนนิบัติ แม้จะรู้สึกเจ็บแต่ก็ต้องอดทนเพราะสิ่งที่ทำอยู่นี้หนิงเทียนคิดเสมอว่าเป็นการทดแทนบุญคุณ

ห้องน้ำที่มีอ่างขนาดใหญ่กำลังถูกหนิงเทียนตระเตรียมน้ำอุ่น ๆ พร้อมกับฟองนุ่ม ๆ ให้เขาได้แช่อย่างสบายใจ ส่วนตัวเองก็คงนอนแช่น้ำตาก็เขาบอกว่ามีนัดสาวสวยลูกรัฐมนตรี

"เสร็จหรือยัง" เสียงทุ้มพูดขึ้นจากทางด้านหลัง หนิงเทียนสะดุ้งเล็กน้อยจากนั้นก็ถอยเท้าออกมาจากอ่างพร้อมก้มหน้าเล็กน้อย

"เรียบร้อยครับ"

"เรียบร้อยก็ออกไปได้แล้ว" เขาพูดเหมือนหนิงเทียนไร้ความหมายไม่แม้แต่จะชายตามองสักนิดจนหนิงเทียนกำลังจะพ้นออกไปจากห้องน้ำ อยู่ ๆ ยู่หลงก็โพล่งขึ้น

"พรุ่งนี้หวังว่าจะไม่สำออยหรอกนะ หวังว่าเธอจะหอบสังขารไปทำงานไหว"

"ครับ"

บทก่อนหน้า
บทถัดไป